http://www.bkkdriving.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

ระเบียบการสมัคร

 ครูผู้สอน

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อ bkk

บริการ

สถิติ

เปิดเว็บ25/06/2009
อัพเดท23/05/2019
ผู้เข้าชม1,602,880
เปิดเพจ2,378,353

เทคนิคการขับรถเกียร์ธรรมดา

(อ่าน 21310/ ตอบ 5)

bkkdriving

เทคนิคการขับรถเกียร์ธรรมดา



1. ทุกครั้งที่ผู้ขับลงจากรถ ผู้ขับรถควรเปลี่ยนเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่างเสมอพร้อมทั้งดึงเบรกมือตามสมควรในกรณีไม่กีดขวางทางเข้าออก เพื่อความปลอดภัยในการสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งใหม่ หากเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ โดยเกียร์ไม่ได้อยู่ ในตำแหน่งเกียร์ว่าง รถจะพุ่งเคลื่อนที่ได้อย่างฉับพลัน ก่อให้เกิดอันตราย สำหรับการเข้าเกียร์ในตำแหน่งเกียร์ว่าง นอกจากจะปฏิบัติก่อนลงจากรถทุกครั้งแล้ว อาจปฏิบัติในขณะรถหยุดเป็นเวลานาน ๆ ได้ด้วย โดยดึงเบรกมือ แทนการเหยียบเบรก และคลัทซ์ค้างไว้ ช่วยพักเท้าคลายอาการเมื่อยล้าได้ด้วย www.bkkdriving.com

2. การสตาร์ทที่ถูกต้องควรเหยียบคลัทซ์และเบรกค้างไว้ทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่องยนต์(และถูกแบบปลอดภัยสุดๆดึงเบรกมือด้วย) เพื่อป้องกันการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ มาสู่ระบบ ขับเคลื่อน เพราะหากลืมปลดเกียร์มาที่ตำแหน่งเกียร์ว่าง การเหยียบคลัทซ์จะทำให้รถไม่พุ่งไปข้างหน้าด้วยเช่นกันwww.bkkdriving.com

3. มือใหม่หัดขับ ควรพยายามหลีกเลี่ยงการค้างตัวบนเนินหรือทางขึ้นสะพาน แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องติดค้าง อยู่บนสะพาน ผู้ขับมือใหม่มักกังวลในการออกตัวจนทำให้รถไหลไปชนคันหลังได้ เราสามารถปฏิบัติได้2วิธีก็คือ 

วิธีที่1เมื่อจะเคลื่อนที่ออกตัวขึ้นเนินให้ผู้ขับเหยียบคลัชท์และเบรกคู่หรือพร้อมกัน จากนั้นเริ่มเข้าเกียร์ 1 พร้อมที่จะออกตัว ให้เริ่มยกเท้าซ้ายที่เหยียบขึ้นสักเล็กน้อยจนรู้สึกถึงอาการสั่นรอบเครื่องตกลงสักเล็กน้อยแล้วค้างเท้าเอาไว้ รถจะเริ่มเกิดการอาการค้างตัว หรือย้อนกลับน้อยลง(ในกรณีเนินไม่สูงมาก) เท้าขวาปล่อยจากเบรกสลับไปแตะคันเร่งเบาๆ ประมาณ 1500-2000รอบ (รอบที่สูงกว่า3000รอบขึ้นไปอาจทำให้ครัชท์ไหม้ได้ รวมถึงปล่อยช้าหรือกดแช่ ค้างเท้า ปล่อยไม่หมดก็เป็นเหตุ) จากนั้นเท้าซ้ายยกครัชท์เพิ่มขึ้นจนหมดพร้อมกับเร่งเพิ่มให้รถเคลื่อนขึ้นเนินได้

วิธีที่2ใช้เบรกมือช่วยในขณะออกตัวขึ้นเนินหรือสะพาน เหยียบครัชท์พร้อมกับเหยียบเบรกเช่นเดิมเข้าเกียร์1เสร็จแล้ว ใช้มือซ้ายกดปุ่มที่เบรกมือดึงขึ้น กดปุ่มและ ดึงค้างไว้จากนั้นที่เท้าขวาปล่อยเบรก (รถจะไม่ถอยกลับด้วยเบรกมือที่เราดึงค้างไว้อยู่) จากนั้นรีบย้ายเท้าขวาไปแตะที่คันเร่ง1500-2000รอบเช่นเดิม แล้วยกครัชท์ขึ้นจนสุด เมื่อรถเริ่มเคลื่อน เอาเบรกมือลง แล้วจึงเร่งให้มีแรงส่งขึ้นเนินหรือสะพานเพิ่ม ทั้งสองวีธีนี้ควารเริ่มฝึกจากเนินหรือสะพานที่ไม่มีความสูงชันมากก่อน

4. เลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสมความเร็วของรถ ควรเปลี่ยนเกียร์ที่ความเร็วรอบของเครื่องยนต์ สูงหรือไม่ต่ำเกินไป (2,000 – 3,000 รอบ/นาที) จะทำให้การขับขี่นุ่มนวลยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันอีกด้วย www.bkkdriving.com

5. การชะลอรถ/หยุดรถ การเบรกแบ่งเป็น2จังหวะ เมื่อขับรถมาด้วยความเร็วที่สูงมาก จังหวะที่1ให้แตะเบรกลดความเร็วเพียงอย่างเดียวก่อนให้ระบบเบรกช่วยลดความเร็วก่อนและจะได้ระบบเกียร์ กับเครื่องยนต์เป็นตัวช่วยชะลอรถอีกด้วย (ENGINE BRAKE) จากนั้น เมื่อรถใกล้จะหยุด จังหวะที่2 ให้เหยียบคลัทซ์พร้อมกับแตะเบรกตามอีกที่เพื่อหยุด และเมื่อจะจอด หยุดรถสนิทแล้วจึงเข้าเกียร์ว่าง พร้อมทั้งดึงเบรกมือเพื่อป้องกันรถไหลwww.bkkdriving.com

6. หมั่นฝึกเปลี่ยนเกียร์ให้เกิดความชำนาญ โดยใช้ประสาทสัมผัสแทนการก้มมองที่คันเกียร์ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรจะละเลย นั่นคือ ไม่ควรกดหรือแตะเท้าไว้ที่แป้นคลัทซ์ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้เหยียบคลัทซ์ก็ตาม เพื่อยืดอายุการใช้งานของคลัทซ์ นอกจากนี้ ยังไม่ควรเลี้ยงคลัทซ์เมื่อรถติดอยู่บนเนินหรือสะพาน เพราะจะทำ ให้คลัทซ์เกิดการเสียหายได้ และอายุการใช้งานของผ้าคลัทซ์ก็จะสั้นลงด้วย

อาจจะยากสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฝึกหัดมาก่อนนะครับ แต่สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานหรือได้เรียนและฝึกฝนมาบ้างแล้วจะเป็นการทบทวนนะครับ

คัดลอกได้นะครับไม่หวง www.bkkdriving.com


nuttiezz

ผมกลัวตอนขึ้นเนินหรือชั้นจอดรถสุดแล้วคับ อย่างอื่นเริ่มหมดหาวงแล้วคับครู

Page : 1
Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

view
view