http://www.bkkdriving.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

ระเบียบการสมัคร

 ครูผู้สอน

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อ bkk

บริการ

สถิติ

เปิดเว็บ25/06/2009
อัพเดท05/03/2019
ผู้เข้าชม1,581,340
เปิดเพจ2,353,661

ตัวอย่างโจทย์คำถาม-ตอบเรื่องหลักการขับขี่รถยนต์

ถาม  กรณีที่บรรทุกของยื่นเกินกว่าความยาวของตัวรถผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ  1.ในเวลากลางวันติดธงแดงเรืองแสงรูสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง  30  เซนติเมตร 

             ยาว  45  เซนติเมตร
          2.ในเวลากลางคืน  หรือในเวลาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในระยะ  150  เมตร  ต้องติด

             ไฟสัญญาณสีแดงที่มองเห็นได้ชัดเจนในระยะ  150  เมตร

 

ถาม เมื่อขับขี่พบรถฉุกเฉินจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ  1.หยุดรถ  หรือจอดรถให้อยู่ชิดขอบทางด้านซ้าย  แต้ถ้ามีช่องทางเดินรถประจำรถทางให้

             หยุดชิดกับช่องทางเดินรถประจำทาง  แต่ห้ามหยุดหรือจอดรถในทางร่วมทางแยก
          2.ขับรถตามหลังรถฉุกเฉินได้ในระยะไม่ต่ำกว่า  50  เมตร

 

ถาม ในกรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถขัดข้อง (รถเสีย) ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 1.นำรถให้พ้นจากทางเดินรถโดยเร็วที่สุด
         2.ถ้าจำเป็นต้องจอกในทางเดินรถจะต้องจอดรถในลักษณะที่ไม่กรีดขวางการจราจร  และ

            แสดงเครื่องหมายดังนี้
           2.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร  เขตเมืองพัทยา  หรือเขตเทศบาลให้ใช้สัญญาณไฟกะพริบสีเหลืองอำพัน  สีแดง  หรือสีขาวที่ติดอยู่ด้านหน้าและท้ายรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวา (ไฟฉุกเฉิน) หรือติดตั้งป้ายทั้งด้านหน้าและท้ายรถ
           2.2 นอกเขต  2.1  ให้แสดงเครื่องหมาย              ทั้งด้านหน้าและท้ายรถ  โดยห่างจากรถไม่ต่ำกว่า  50  เมตร  และให้สัญญาณไฟกะพริบ (ไฟฉุกเฉิน) ในเวลาที่มองเห็นไม่ชัดเจน  แสงสว่างไม่เพียงพอและจอดได้ไม่เกิน  24  ชั่วโมง

 

ถาม การลากจูงรถจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 1.การลากจูงรถที่ไม่สามารถใช้พวงมาลัยหรือห้ามล้อได้  ให้ใช้วิธียกหน้า  หรือท้ายรถที่

           ถูกลากจูง

        2.การลากจูงรถที่สามารถใช้พวงมาลัยหรือห้ามล้อได้  ให้ใช้วิธีตามข้อ  1  หรือใช้สายพ่วง

           ที่ความยาวจากส่วนหน้าสุดของรถที่ถูกลากหรือจูงไม่น้อยกว่า 3 เมตร แต่ไม่เกิน 5 เมตร
       3.ห้ามลากหรือจูงรถเกินกว่า  1  คัน

 

 ถาม จากภาพรถคันใดมีสิทธิขับผ่านไปได้ก่อน  

    

ตอบ  รถคัน  ข.  เนื่องจาก  ขับรถอยู่ในทางเอกจึงมีสิทธิขับผ่านไปได้ก่อนรถคัน  ก.  ซึ่งขับอยู่ในทางโท   ถาม ต้องหยุดให้รถในทางเอกขับผ่านไปก่อน

 

ถาม  จากภาพผู้ขับขี่รถคัน  ง.  ต้องการขับรถตรงไปจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ  กรณีทางเอกตัดกันรถคัน  ง.  ต้องหยุดและรอให้รถซึ่งอยู่ในทางด้านซ้ายของตน (คัน ก.) ขับผ่านไปก่อนเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว  จึงขับรถผ่านทางไปด้วยความระมัดระวัง

 

ถาม  ผู้ขับขี่รถคัน  ก.  จะต้องปฏิบัติอย่างไร

 

ตอบ  หยุดรถให้รถในทางขวางข้างหน้าขับผ่านไปก่อน  เนื่องจากผู้ขับขี่รถ  ก.  ไม่สามารถขับผ่านพ้นจากทางร่วมทางแยกไปได้  แต่ถ้าบริเวณรถคัน  ข.  เป็นที่ว่างที่สามารถขับผ่านไปได้รถคัน  ก.  มีสิทธิขับผ่านไปได้ก่อน  เนื่องจากเป็นทางเอก  ทางในทางขวางเป็นทางโท  เนื่องจากมีเส้นหยุด (เส้นทึบ) ขวางถนนอยู่

 

ถาม  ผู้ขับขี่รถคัน  ก.  ได้รับสัญญาณไฟเขียวจะต้องปฏิบัติอย่างไร

 

ตอบ  รอจนกว่ารถคันหน้าจะเคลื่อนตัวไปจนมีที่ว่างพอที่จะจอดต่อท้ายได้ถึงจะขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปได้

 

ถาม  รถคันใดมีสิทธิใช้ทางได้ก่อน

ตอบ  รถคัน  ข.  เพราะกรณีทางแยกที่เป็นทางเอกตัดกัน  ผู้ขับขี่ที่มาถึงพร้อมกัน  ต้องยอมให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนขับผ่านไปก่อน

 

ถาม  รถคันใดมีสิทธิใช้ทางได้ก่อน

ตอบ  รถคัน  ก.  เนื่องจากอยู่ในทางเอก

 

ถาม  ผู้ขับขี่รถคัน  ก.  ซึ่งอยู่ในทางโทจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ  หยุดเพื่อให้รถคัน  ข.  และ  ค.  ขับตรงผ่านไปก่อน

 

ถาม  จากภาพผู้ขับขี่ขับรถถูกต้องหรือไม่

ตอบ  ถูกต้อง  เพราะเครื่องหมายบนพื้นทางดังกล่าว  ผู้ขับขี่ต้องขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายของเครื่องหมายเท่านั้น  ทางดังกล่าวสามารถขับรถสวนทางได้

 

ถาม   จากภาพรถคันด้านซ้ายปฏิบัติถูกต้องหรือไม่

ตอบ  ผิด  เพราะช่องทางดังกล่าว  ผู้ขับขี่ต้องขับรถตรงไปเท่านั้น

 

ถาม  ภาพดังกล่าวผู้ขับขี่หยุดถูกต้องหรือไม่

 

ตอบ  ผิด  บริเวณดังกล่าว  เป็นเขตห้ามหยุดรถทุกชนิด

 

ถาม  จากภาพเป็นการเลี้ยวรถอย่างถูกต้องหรือไม่

 

ตอบ   เนื่องจากเป็นการเลี้ยวรถตัดหน้ารถทางตรงและไม่หยุดให้คนข้ามถนนก่อน

 

ถาม  จากภาพเป็นการเลี้ยวรถอย่างถูกต้องหรือไม่

 

ตอบ  ถูก  เพราะเข้าช่องทางเดินรถที่อนุญาตให้เลี้ยวได้อย่างถูกต้อง

 

ถาม  ภาพดังกล่าวผู้ขับขี่หยุดถูกต้องหรือไม่

 

ตอบ  ผิด  เพราะเส้นแบ่งช่องจราจรห้ามขับแซง  ขับผ่าน  หรือ คล่อม โดยเด็ดขาด จึงห้ามเลี้ยวบริเวณดังกล่าว

 

ถาม  ผู้ขับขี่รถคัน ก. ต้องการจะเลี้ยวขวาต้องปฏิบัติอย่างไร

 

ตอบ  หยุดให้รถคัน ข. ขับผ่านไปก่อน แล้วถึงเลี้ยวรถผ่านไปได้ ส่วนรถคัน ค. อยู่ในทางโทต้องหยุดให้รถคัน ก. และ ข. ขับผ่านไปก่อน

 

ถาม  ถ้าท่านต้องการจะเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย X จะต้องขับรถในช่องทางใด

  

ตอบ  ช่องทางเดินรถที่ 1 เนื่องจากต้องเลี้ยวทางด้านซ้ายของทางเดินรถเมื่อเลี้ยวขวาแล้ว ส่วนช่องทางเดินรถที่ 2 ต้องชิดทางเดินรถด้านขวาเมื่อเลี้ยวรถแล้ว เป็นการเข้าช่องทางเดินรถให้ถูกต้องเมื่อเลี้ยวรถ

 

ถาม  จากภาพรถคันสีฟ้าด้านขวามือต้องการจะเลี้ยวซ้ายได้หรือไม่

ตอบ  ไม่ได้ เนื่องจากเป็นการเข้าช่องทางผิด ผู้ขับขี่ต้องขับรถในช่องซ้ายเท่านั้น

 

ถาม  จากภาพเป็นการจอดรถที่ถูกต้องหรือไม่

ตอบ  ผิด  เพราะจอดรถบริเวณป้ายหยุดรถประจำทาง ต้องจอดรถให้ห่างก่อนถึงป้ายหยุดรถประจำทาง 15 เมตร และเลยไป 3 เมตร

 

ถาม   จากภาพเป็นการจอดรถที่ถูกต้องหรือไม่

 

ตอบ  ถูก  เพราะเป็นการจอดรถในบริเวณที่จัดไว้ให้อย่างถูกต้อง

 

ถาม  ภาพดังกล่าวเป็นการจอดรถถูกต้องหรือไม่

 

ตอบ  ถูกต้อง เพราะจอดรถชิดทางด้านซ้ายของทางเดินรถโดยห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร

 

ถาม  ภาพดังกล่าวแสดงการจอดรถอย่างถูกต้องหรือไม่

 

ตอบ  ผิด  เพราะสีขาว - แดง ที่ขอบทางหมายถึงห้ามจอดรถหรือหยุดรถ

 

ถาม  จากภาพแสดงการจอดรถถูกต้องหรือไม่

ตอบ  ผิด  เพราะสีขาว - เหลือง บริเวณขอบทางหมายถึงห้ามจอดรถเว้นแต่หยุดรับส่งคนหรือสิ่งของชั่วขณะ

 

ถาม  จากภาพการจอดรถดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

ตอบ  ผิด  เนื่องจากเป็นการจอดรถในบริเวณเขตปลอดภัย ซึ่งเป็นเขตห้ามจอด

 

ถาม  ภาพดังกล่าวผู้ขับขี่หยุดรถได้อย่างถูกต้องหรือไม่

ตอบ  ถูกต้อง  เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังที่จะไม่ให้รถชนหรือโดนคนเดินเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณทางข้าม ผู้ขับขี่ต้องยอมให้คนเดินเท้าใช้ทางก่อน

 

ถาม  พื้นที่สำหรับคนเดินเท้า มีระดับใดบ้าง

ตอบ  1.ระดับพื้นดิน
         2.ระดับใต้พื้นดิน
         3.ระดับเหนือพื้นดิน

 

ถาม  รถที่อนุญาตให้ใช้ไฟสัญญาณวับวาบ หรือเสียงสัญญาณไซเรน

ตอบ  1.รถในราชการทหารหรือตำรวจ
            2.รถดับเพลิง และรถพยาบาลของทางราชการ
            3.รถอื่นที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมตำรวจ

 

ถาม  การใช้เสียงสัญญาณใช้เมื่อ

ตอบ  1.เมื่อจำเป็น
            2.ใช้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

 

ถาม    ข้อความ ”หยุด”  บนผิวทางจราจร หมายความว่า

ตอบ   ข้อความ “หยุด”  เมื่อปรากฏอยู่ในช่องจราจรใด หมายความว่า ให้ผู้ขับรถในช่องจราจรนั้น         ปฏิบัติตามความหมายเช่นเดียวกับป้าย“หยุด”

 

ถาม รถลักษณะใดที่ห้ามนำมาใช้ในทาง

ตอบ   

1.รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง มีส่วนควบอุปกรณ์ไม่ครบถ้วนตามที่กฏมาย   กำหนด หรืออาจ  เกิดอันตราย หรือเสื่อมเสียสุขภาพอนามัยแก่ผู้ใช้รถ คนโดยสารหรือประชาชน เช่นรถที่มีโคมไฟหน้า หรือ โคมไฟท้ายชำรุด รถที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบล เอ รถที่มีควันดำเกินเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด รถที่ไม่มีกระจกด้านหน้า เป็นต้น

 2.รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (ไม่ว่าจะ 1 หรือ 2 แผ่นป้าย) ไม่ติดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี หรือเครื่องหมายอื่นๆ ที่กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับรถกำหนด
 3.รถที่มีเสียงอื้ออึงหรือมีสิ่งลากถูไปบนทางเดินรถ
4.รถที่มีล้อหรือส่วนที่สัมผัสกับผิวทางที่ไม่ใช่ยาง ยกเว้น รถที่ใช้ในราชการสงคราม หรือรถที่ใช้ในราชการตำรวจ
5.รถที่มีเสียงแตรได้ยินในระยะน้อยกว่า 60 เมตร
6.รถที่ผู้ขับขี่ยอมให้ผู้อื่นนั่งที่นั่งแถวหน้าเกินกว่า (แถวด้านหน้าห้ามนั่งเกินกว่า 3 คน โดยรวมคนขับด้วย)
7.รถที่ไม่ได้เสียภาษีประจำปี
8.รถที่ใช้แผ่นป้ายที่ทำขึ้นเอง

 

ถาม ในการขับรถผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้ายและต้องไม่ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถ เว้นแต่กรณีใดที่ผู้ขับขี่สามารถขับล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถหรือขับเข้าไปในทางเดินรถด้านขวาได้

ตอบ 1.ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวาง หรือถูกปิดการจราจร
         2.ทางเดินรถนั้นเจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว
         3.ทางเดินรถนั้นกว้างไม่ถึง 6 เมตร

 

ถาม  ในการขับรถสวนทางกัน ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ

1.ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดทางด้านซ้ายของทางเดินรถ และให้ถือกึ่งกลางของทางเดินรถหรือเส้น  หรือแนวที่แบ่งทางเดินรถเป็นหลัก
2.ทางเดินรถที่แคบ ให้ผู้ขับขี่แต่ละฝ่าย ลดความเร็วของรถลง เพื่อให้สวนทางกันได้โดย    ปลอดภัย
3.ทางเดินรถที่แคบ ซึ่งไม่อาจขับรถสวนทางกันได้โดยปลอดภัย ให้ผู้ขับขี่รถคันที่ใหญ่กว่าหยุดรถชิดขอบทางด้านซ้าย เพื่อให้ผู้ขับรถคันที่เล็กกว่าขับผ่านไปก่อน
4.กรณีที่มีสิ่งกีดขวาง ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วหรือหยุดรถให้รถคันที่สวนทางขับผ่านมาก่อน

 

ถาม กรณีที่มีช่องทางเดินรถตั้งแต่ 2 ช่องทางขึ้นไป ผู้ขับขี่รถชนิดใดต้องขับรถชิดทางด้านซ้ายสุด

ตอบ 

1.ผู้ขับขี่รถที่มีความเร็วช้า หรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่ารถคันอื่น ที่ขับในทิศทางเดียวกัน
2.ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร รถจักรยานยนต์
 ยกเว้น  กรณีที่มีช่องทางเดินรถประจำทางให้ขับรถในช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุดที่ติดกับช่องทางเดินรถประจำทาง

ถาม เมื่อผู้ขับขี่ขับรถลงจากทางลาดชันหรือภูเขาจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 1.ห้ามใช้เกียร์ว่าง
        2.ห้ามเหยียบคลัทซ์
        3.ห้ามใช้เบรคตลอดเวลา
        4.ห้ามดับเครื่องยนต์
        5.ใช้เกียร์ต่ำ
        6.ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย
        7.ให้เสียงสัญญาณเตือนรถที่อาจสวนทางมา

 

ถาม การขับรถในกรณีที่ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวาง ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ  ขับรถหลีกสิ่งกีดขวางล้ำเข้าไปในเส้นกึ่งกลางของทางเดินรถทางด้านขวาได้และต้องไม่เป็นการกีดขวางการจราจรของรถที่สวนมา หากไม่สามารถขับผ่านไปได้ต้องหยุดรอ ให้รถที่ขับสวนทางรถขับผ่านมาก่อน

 

ถาม ถ้ามีสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจรอยู่ในทาง และมีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณมือและนกหวีด

ตอบ ต้องปฏิบัติตามสัญญาณของเจ้าหน้าที่

 

ถาม รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร รถจรรยายนต์ ต้องขับรถด้านใด

ตอบ ต้องขับในชิองเดินรถซ้ายสุด หรือใกล้เคียงช่องเดินรถประจำทาง

 

ถาม เขตปลอดภัยมีไว้สำหรับ

ตอบ ให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงจากรถ หยุดรอก่อนข้ามทางต่อไป  

 

ถาม เมื่อจะหยุดรถต้องปฎิบัติอย่างไร

ตอบ ต้องให้สัญญาณไฟสีแดงที่ท้ายรถ

 

ถาม การจราจรหมายความว่า

ตอบ การใช้ทางของผู้ขับขี่   คนเดินเท้า   คนที่จูงที่ขี่หรือไล่ต้อนสัตว์

 

ถาม ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าเป็นระยะทางเท่าใด

ตอบ ห่างพอสมควรในระยะที่สามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย

 

ถาม การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่เป็นทางเอกตัดกัน และไม่ปรากฏสัญญาณ หรือเครื่องหมายจราจรผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 

1.ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถในทางร่วมทางแยกนั้นขับผ่านไปก่อน
2.ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน และไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของคนขับผ่านไปก่อน

 

ถาม ข้อกำหนดความเร็วของรถในกรณีปกติ มีการกำหนดอย่างไร

ตอบ

1.ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
2.นอกเขตตามข้อ 1 ขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ถาม ในขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสารชนิดใด

ตอบ 1.ใบอนุญาตขับรถ
         2.สำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ 

 

ถาม การใช้ไฟสัญญาณ และสัญญาณมือของผู้ขับขี่ ในกรณีที่ต้องการจะเลี้ยวรถจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 1.สัญญาณไฟให้สัญญาณไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังในทิศทางที่จะเลี้ยว
        2.สัญญาณมือ 
       -    เลี้ยวขวา ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปเสมอไหล่
       -   เลี้ยวซ้าย ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอไหล่และงอมือชูขึ้นโบกไป                            

            ทางซ้าย หลายครั้ง
         3.การให้สัญญาณตามข้อ 1 และ 2 ต้องให้สัญญาณก่อนที่จะเลี้ยวเป็นระยะทางไม่ 

          น้อยกว่า 30 เมตร และให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60  เมตร

 

ถาม เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด”  ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

ตอบ ให้ผู้ขับขี่หยุดให้ทางแก่รถที่กำลังผ่านทางร่วมทางแยกจากทางด้านขวาและให้ทางแก่รถที่เลี้ยวขวาก่อนจึงจะเลี้ยวซ้ายผ่านไปได้

 

ถาม ในการเลี้ยวรถผู้ขับขี่จะต้องขับรถในช่องทางเดินรถที่ต้องการจะเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่ากี่เมตร

ตอบ 30 เมตร

 

ถาม บริเวณใดห้ามกลับรถ

ตอบ 1.ในทางเดินรถที่สวนทางกันได้ห้ามกลับรถในขณะที่มีรถอื่นสวนทางมา หรือตามมาในระยะน้อยกว่า 100 เมตร
       2.ในเขตปลอดภัย หรือที่คับขัน
       3.บนสะพานหรือในระยะ 100 เมตรจากทางราบของเชิงสะพาน
       4.บริเวณทางร่วมทางแยก เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรอนุญาตให้กลับรถได้
       5.บริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ

 

ถาม บริเวณใดห้ามแซง

ตอบ 1.ห้ามแซงด้านซ้ายเว้นแต่
    - รถที่ถูกแซงกำลังเลี้ยวขวาหรือให้สัญญาณจะเลี้ยวขวา
    - ทางเดินนั้นได้จัดแงเป็นช่องทางเดินรถในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องทางขึ้นไป
       2.ห้ามแซงเมื่อรถกำลังขึ้นทางชัน  ขึ้นสะพาน  หรืออยู่ใกล้ทางโค้ง
       3.ห้ามแซงภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางข้าม  ทางร่วม  ทางแยก  วงเวียนหรือเกาะที่สร้างไว้หรือทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟ
       4.ห้ามแซงเมื่อมีหมอก  ฝน  ฝุ่น หรือควัน จะทำให้ไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ 60 เมตร
       5.ห้ามแซงเมื่อเข้าที่คับขัน หรือเขตปลอดภัย
       6.ห้ามแซงล้ำเข้าไปในช่องเดินรถประจำทาง
       7.ห้ามแซงในบริเวณที่มีเส้นแบ่งช่องการเดินรถเป็นเส้นทึบ

 

ถาม ห้ามผู้ขับขี่ขับรถในกรณีใด

ตอบ 1.ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ เช่น ภายหลังจากรับประทานยาแก้ไข้หวัด  ในขณะง่วงนอน
       2.ในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น
       3.ในลักษณะกีดขวางการจราจร
       4.โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
       5.ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดาหรือไม่อาจและเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
       6.คล่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องรถ เว้นแต่เมื่อต้องการเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
       7.บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ
       8.โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
       9.ในขณะที่เสพ หรือรับเข้าร่างกาย ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทกลุ่มแอมเฟตามีน หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างอื่น (ยาบ้า)
     10.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ
     11.ขับรถบนไหล่ทาง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร
     12.ใช้ไฟฉุกเฉินขณะขับรถตรงไปเพื่อผ่านทางร่วมทางแยก
     13.ขับรถแข่ง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร

 

ถาม ในขณะที่ขับรถ ถ้าท่านเกิดอาการง่วงนอนควรปฏิบัติอย่างไร

ตอบ จอดรถและพักผ่อน ก่อนออกเดินทางต่อไป

 

ถาม ข้อห้ามของผู้ขับรถ

ตอบ 1.ห้ามอนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถ ขับรถของตนห้ามใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่จัดทำขึ้นเอง
2.ห้ามใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่จัดทำขึ้นเอง
3.ห้ามให้ผู้อื่นใช้ใบอนุญาตขับรถของตน
4.ห้ามใช้รถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน

 

ถาม เมื่อผู้ขับขี่ต้องการจะจอดรถจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 1.ให้สัญญาณด้วยมือและแขน หรือสัญญาณไฟ (สัญญาณชะลอรถและยกเลี้ยว) ก่อนที่จะหยุดหรือจอดรถในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร
2.หยุดหรือจอดรถได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจร
3.จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถ และขนานกับขอบทางหรือไหล่ทางไม่เกิน 25 เซนติเมตร (เว้นแต่เป็นทางเดินรถทางเดียวและเจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้จอดรถในทางเดินรถด้านขวาได้)
4.ห้ามจอดในช่องทางเดินรถประจำทางในเวลาที่กำหนดให้เป็นช่องทางเดินรถประจำทาง

 

ถาม การจอดรถในทางเดินรถที่เป็นทางลาด หรือชัน ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ จอดรถโดยหันล้อหน้าของรถเข้าขอบทาง

 

ถาม บริเวณใดห้ามจอดรถ

ตอบ 1.บนทางเท้า
        2.บนสะพานหรือในอุโมงค์
        3.ในทางร่วมทางแยกหรือในระยะ 10 เมตรจากทางร่วมทางแยก
        4.ในทางข้ามหรือในระยะ 3 เมตรจากทางข้าม
        5.บริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามจอดรถ
        6.ในระยะ 3 เมตรจากท่อดับเพลิง
        7.ในระยะ 10 เมตร จากที่ตั้งสัญญาณจราจร
        8.ระยะ 15 เมตร จากทางรถไฟผ่าน
        9.จอดรถซ้อนกับรถคันอื่นที่จอดอยู่ก่อน (จอดรถซ้อนคัน)
      10.บริเวณปากทางเข้าออกอาคารหรือทางเดินรถ ในระยะ 5 เมตรจากปากทางเดินรถ
      11.ในที่คับขัน
      12.ในระยะ 15 เมตรก่อนถึงบริเวณที่ติดตั้งป้ายหยุดรถประจำทาง และเลยไปอีก 3 เมตร
      13.ในระยะ 3 เมตรจากตู้ไปรษณีย์
      14.ในลักษณะกีดขวางการจราจร
      15.จอดรถทางด้านขวาในกรณีที่เป็นทางเดินรถสวนทางกัน
      16.ระหว่างเขตปลอดภัยกับขอบทางหรือในระยะ 10 เมตร นับจากปลายสุดของเขตปลอดภัยทั้งสองข้าง

 

ถาม ผู้ขับขี่จะต้องใช้ไฟแสงสว่าง  (ไฟหน้าและไฟท้าย) เมื่อใด

ตอบ ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน  รถ  หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า  150  เมตร

 

ถาม ผู้ขับขี่ซึ่งจอดรถในทางเดินรถ หรือไหล่ทางในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่ผู้ขับขี่อื่นสามารถเห็นรถที่จอดได้ชัดเจนไม่น้อยกว่าระยะ 150 เมตร ผู้ขับขี่ที่จอดรถจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ ผู้ขับขี่ที่จอดรถต้องเปิดไฟส่องสว่างโดยใช้โคมไฟเล็ก โคมไฟท้าย และโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ

 

ถาม บริเวณใดห้ามผู้ขับขี่หยุดรถ

ตอบ 1.ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง
       2.บนทางเท้า
       3.บนสะพานหรือในอุโมงค์
       4.ในทางร่วมทางแยก
       5.ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามหยุดรถ
       6.ตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ
       7.ในเขตปลอดภัย
       8.ในลักษณะกีดขวางการจราจร

 

ถาม การใช้เสียงสัญญาณของรถผู้ขับขี่ต้องใช้เสียงสัญญาณอย่างไร

ตอบใช้เสียงแตรที่ได้ยินในระยะไม่น้อยกว่า  60  เมตร  ห้ามใช้เสียงสัญญาณไซเลน  เสียงสัญญาณที่เป็นเสียงนกหวีด  เสียงที่แตกพร่า  เสียงหลายเสียงหรือเสียงสัญญาณอย่างอื่น  ตามที่อธิบดีกำหนด  และให้ผู้ขับขี่ใช้เสียงสัญญาณได้เฉพาะจำเป็น  หรือป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น  และห้ามใช้เสียงยาว  หรือซ้ำเกินควรแก่ความจำเป็น

 

ถาม การให้สัญญาณด้วยมือและแขนของผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 1.เมื่อจะลดความเร็วของรถให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่  และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง
       2.เมื่อจะหยุดรถ  ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่ยกแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบน  และตั้งฝ่ามือขึ้น
       3.เมื่อจะให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้า  ให้ผู้ขับขี่แขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่ และโบกมือไปทางข้างหน้าหลายครั้ง
       4.เมื่อจะเลี้ยวขวา  หรือเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา  ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่
       5.เมื่อจะเลี้ยวซ้าย  หรือเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย  ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่  และงอข้อมือชูขึ้นโบกไปทางซ้ายหลายครั้ง

 

ถาม การบรรทุกของผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอบ 1.ความกว้าง  ได้ไม่เกินส่วนกว้างของตัวรถ
       2.ความยาว
    -  ด้านหน้ายื่นไม่เกินหน้าหม้อรถ
    -  ด้านหลังยื่นพ้นตัวรถไม่เกิน  2.50  เมตร
       3.ความสูง    -  กรณีรถบรรทุกให้บรรทุกสูงจากพื้นทางได้ไม่เกิน  3.00  เมตร  แต่ถ้ารถมีความกว้างของรถเกินกว่า  2.30  เมตร  ให้บรรทุกสูงจากพื้นทางได้ไม่เกิน  3.80  เมตร
       4.ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันคน  สัตว์  หรือสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น  รั่วไหลส่งกลิ่น  ส่องแสงสะท้อน  หรือปลิวไปจากรถ  อันอาจก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อน  รำคาญ  ทำให้สกปรกเสื่อมเสียสุขภาพอนามัย  หรือก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนหรือทรัพย์สิน

view
view